เเ

 
เซลล์ผิดปกติของปากมดลูก คือ อะไร?

เซลล์ผิดปกติของปากมดลูก คือ เซลล์บุผิวปากมดลูกที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจเรียกว่า cervical dysplasia ยิ่งความผิดปกตินี้รุนแรงเท่าใด ยิ่งทำให้โอกาสที่จะเกิดมะเร็งปากมดลูกในอนาคตสูงขึ้น ส่วนใหญ่แล้ว การเกิดมะเร็งปากมดลูกจากการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกจะใช้เวลาหลายปี อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี อาจเกิดขึ้นภายใน 1 ปี แต่พบน้อย

กลับสู่ด้านบน^

อะไร คือ สาเหตุของเซลล์ผิดปกติของปากมดลูก?

เซลล์ผิดปกติของปากมดลูก อาจเกิดจากหลากหลายสาเหตุ (เช่น การติดเชื้อ หรือ การอักเสบ) แต่มักเกิดจาก Human Papillomavirus (HPV) บางชนิด   มี HPV ถึง 30 ชนิดที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่บริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ genital HPV   บางชนิดทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์บุผิวปากมดลูกซึ่งอาจกลายไปเป็นมะเร็งต่อไป  HPV ชนิดอื่นอาจทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศ และการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของปากมดลูกแต่ยังไม่ใช่มะเร็ง

Other consequences of HPV include abnormal cervical cells.
Genital HPV ทุกชนิด อาจทำให้ผลของ Pap tests ผิดปกติ ดังนั้น การตรวจทางนรีเวชจึงมีความสำคัญ จึงควรทำ Pap tests บ่อยตามที่แพทย์แนะนำ

กลับสู่ด้านบน^

จะตรวจหาเซลล์ผิดปกติของปากมดลูกได้อย่างไร?
 
วิธีแรกในการตรวจหาเซลล์ผิดปกติของปากมดลูก คือ การทำ Pap test   Pap test (หรือ Papanicolaou smear) เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจทางนรีเวช ซึ่งจะช่วยในการตรวจหาเซลล์ผิดปกติของปากมดลูกก่อนที่จะกลายเป็นระยะก่อนเป็นมะเร็ง หรือมะเร็งปากมดลูก ผลของการทำ Pap test จะช่วยให้แพทย์ตัดสินใจว่าควรทำการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม หรือ ทำการรักษาทันที  

กลับสู่ด้านบน^

 Pap test จะรายงานผลอย่างไร?

ขณะที่แพทย์อาจกล่าวว่า ผลของ Pap test นั้นเป็นปกติหรือผิดปกติ บางครั้งอาจใช้คำย่อ เช่น ASCUS, LSIL หรือ HSIL

ASCUS ย่อมาจาก atypical squamous cells of undetermined significance การวินิจฉัยว่าเป็น ASCUS หมายความว่า พบความผิดปกติที่เซลล์ปากมดลูกเล็กน้อย และลักษณะทั่วไปของเซลล์ไม่แน่นอน

LSIL ย่อมาจาก low-grade squamous intraepithelial lesion ซึ่งหมายถึง เซลล์มีลักษณะแน่นอนมากขึ้นแต่ยังคงมีความผิดปกติเล็กน้อย


HSIL หรือ high-grade squamous intraepithelial lesion หมายถึง มีความผิดปกติรุนแรงของเซลล์ปากมดลูก  ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดมะเร็งปากมดลูก
 

กลับสู่ด้านบน^

จะต้องตรวจอะไรเพิ่มเติมในสตรีที่ตรวจพบเซลล์ผิดปกติของปากมดลูก?

ถ้าผลการตรวจ Pap test ของคุณแสดงว่า คุณมีเซลล์ผิดปกติของปากมดลูก คุณจะต้องตรวจเพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ทำ Pap test ซ้ำ  ทำ HPV DNA test  การใช้กล้องส่องตรวจทางช่องคลอด และอาจต้องเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อไปตรวจ

หากการตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อได้ผลผิดปกติ จะรายงานผลว่าเป็น CIN หรือ cervical intraepithelial neoplasia Neoplasia หมายถึง การเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ Intraepithelial หมายถึง ชั้นของเซลล์ที่เป็นผิวของปากมดลูก  CIN จะรายงานพร้อมกับตัวเลข ( 1 ถึง 3 ) ซึ่งจะอธิบายถึงความหนาของเซลล์บุผิวปากมดลูกที่ผิดปกติ การวินิจฉัยว่าเป็น CIN 3  คือเซลล์ปากมดลูกมีความผิดปกติรุนแรงตลอดความหนาของชั้นบุผิวปากมดลูก

ส่วนใหญ่เซลล์บุผิวปากมดลูกที่ผิดปกติจะหายไปเอง จากการกำจัดของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ดังนั้น ถ้าความผิดปกตินั้นเกิดเพียงเล็กน้อย แพทย์อาจเลือกที่จะเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด  อย่างไรก็ตาม หากความผิดปกตินั้นมีความรุนแรง การกำจัดเซลล์เหล่านั้นมักจะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกในอนาคต

กลับสู่ด้านบน^

เซลล์ผิดปกติของปากมดลูกสามารถรักษาได้หรือไม่?

วิธีที่มักใช้ในการรักษาเซลล์ผิดปกติของปากมดลูก คือ การทำศัลยกรรมโดยใช้ความเย็น (ใช้ความเย็นในการทำลายเซลล์ผิดปกติของปากมดลูก) LEEP (Loop electrosurgical excision procedure เป็นการกำจัดเซลล์ผิดปกติของปากมดลูกโดยใช้ห่วงลวดความร้อน) และการผ่าตัด

แพทย์อาจขอให้ทำการตรวจติดตามเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าเซลล์ที่ผิดปกตินั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก หากเกิดขึ้นอีก  ก็ต้องทำการรักษาซ้ำ

กลับสู่ด้านบน^

เซลล์ผิดปกติของปากมดลูกอาจเป็นสิ่งแรกที่เกิดขึ้นหลังจากได้รับเชื้อ HPV ดังนั้น ผลการตรวจ Pap test ที่ผิดปกติจึงเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญซึ่งคุณไม่ควรเมินเฉย  กรุณาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Human Papillomavirus (HPV) และความสัมพันธ์ของเชื้อนี้กับ มะเร็งปากมดลูก, หูดที่อวัยวะเพศ, และ ผลอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อ HPV ในหัวข้ออื่นในเวบไซต์นี้ กรุณาสอบถามแพทย์ผู้ดูแลคุณเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เพิ่มเติม

กลับสู่ด้านบน^

 
View referencesView References ส่งถึงเพื่อนส่งถึงเพื่อน

This site is intended for residents of Thailand.